แม้คนเราอายุเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อความต้องการใช้เงินในแต่ละช่วงวัยมีอยู่ทุกขณะ ข้อผิดพลาดที่ถูกสร้างขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของคุณได้ในระยะยาว

เพราะการสร้างฐานะทางการเงินที่มั่นคง ต้องเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ หากคุณไม่วางแผนทางการเงิน และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทางการเงินให้ดี โอกาสที่คุณและครอบครัวจะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขอาจมีไม่มากนัก

iMoney Thailand จึงขอเสนอ การเงินในแต่ละช่วงวัย: ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง ที่จะทำให้คุณรู้ว่าในแต่ละช่วงวัย พฤติกรรมทางการเงินใดที่ควรหลีกเลี่ยงและไม่ควรทำ เพื่อให้สามารถสร้างฐานะทางการเงินที่มั่นคงได้ในอนาคต

อายุ 20’s

      ช่วงวัยนี้ถือเป็นช่วงที่กำลังเริ่มต้นทำงานและค้นหาตัวเอง ทำให้งานที่ทำอยู่นั้นอาจยังไม่มั่นคงและมีเงินเดือนที่ไม่มากนัก ทั้งยังอาจมีเงินเก็บสะสมน้อย เพราะเป็นวัยที่ยังคงรักสนุกและชอบสังสรรค์ เข้าสังคม ด้วยเหตุนี้ พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

ใช้จ่ายจนเกินตัว

เพราะกำลังอยู่ในวัยที่เริ่มหาเงินได้ด้วยตัวเอง ทำให้อาจรู้สึกถึงการมีอำนาจในการใช้เงิน จนเกิดความอยากใช้จ่าย เพื่อสนองความพึงพอใจส่วนตัว ทำให้คนในวัยนี้อาจใช้จ่ายเกินตัวได้ง่าย ยิ่งในสมัยปัจจุบัน สามารถซื้อของผ่านโลกออนไลน์ได้มากขึ้น ทำให้ใช้จ่ายได้ง่าย สะดวก จนอาจลืมคิดหน้าระวังหลัง จึงควรไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อไม่ให้ใช้จ่ายจนเกินตัว

ไม่ออมเงินเพื่อวัยเกษียณ

เพราะเป็นวัยเริ่มต้นทำงานและค้นหาตัวเอง ทำให้การเก็บออมเพื่อวัยเกษียณ อาจยังเป็นเรื่องไกลตัวของคนในวัยนี้ ทำให้ไม่รู้จักเก็บออม ทั้งที่หากเริ่มเก็บออมตั้งแต่วัยนี้และลงทุนในสินทรัพย์ให้ถูกที่ อาจทำให้เงินออมของคุณกลายเป็นเงินก้อน ที่ทำให้ตนเองสามารถเกษียณได้เร็วขึ้น และใช้ชีวิตโดยไม่ต้องทำงานก็ได้ เพราะฉะนั้น อย่าลืมเก็บออมตั้งแต่วันนี้ เพื่อใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีความสุขกันนะครับ

เป็นหนี้บัตรเครดิต

การเป็นหนี้บัตรเครดิตตั้งแต่วัยนี้ ถือเป็นข้อผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเนื่องจากยังมีรายได้น้อยและมีการงานที่ไม่มั่นคง การเป็นหนี้บัตรเครดิตซึ่งค้างชำระจำนวนมากนัก อาจทำให้คุณไม่สามารถเริ่มสร้างฐานะตนเองได้เลย เพราะต้องใช้รายได้และเงินออมทั้งหมดจ่ายค่าหนี้บัตรเครดิต เพราะฉะนั้น หากต้องการซื้ออะไรก็ควรใช้เงินเท่าที่มีอยู่ หรือใช้บัตรเครดิตในวงเงินที่ตัวเองสามารถผ่อนชำระได้ เพื่อไม่ให้เป็นหนี้บัตรเครดิต

อายุ 30’s

      ช่วงวัยนี้เป็นช่วงเริ่มต้นสร้างครอบครัว ทำให้นอกจากการเงินของตนเองที่ต้องดูแล ยังต้องวางแผนการเงินเพื่อให้สามารถดูแลสมาชิกในครอบครัวได้อีกด้วย จึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆได้แก่

ไม่วางแผนเก็บออมเพื่อเป็นทุนการศึกษาของลูก

การศึกษาของลูกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะเป็นพื้นฐานให้เขาสามารถใช้ชีวิตในโลกภายนอกได้ในอนาคต ทำให้พ่อแม่ทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องมอบการศึกษาที่ดีที่สุดให้แก่เขา จึงต้องมีเงินสำหรับเป็นทุนการศึกษา ซึ่งจากการที่ค่าศึกษาเล่าเรียนในปัจจุบันสูงไม่ใช่น้อย จึงเป็นหน้าที่ของคุณที่ควรเก็บออมตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้สามารถสนับสนุนลูกของคุณ ให้ได้รับการศึกษาตั้งแต่อนุบาล-อุดมศึกษา ได้อย่างต่อเนื่อง

ไม่ทำประกันชีวิต

เพราะคุณกำลังอยู่ในวัยที่เริ่มต้นสร้างครอบครัว และบางคนอาจเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของบ้าน หากเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของสมาชิกคนอื่นในครอบครัวได้ การทำประกันชีวิตจึงอาจเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรจะทำ เพื่อให้อุ่นใจได้ว่า คนอื่นๆในครอบครัวนั้นจะยังคงมีชีวิตที่ดีได้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับคุณ จึงควรใส่ใจและทำประกันชีวิตเพื่อคนที่คุณรัก

อายุ 40’s

        ช่วงวัยนี้ เป็นช่วงการงานเริ่มมั่นคง และอาจมีเงินเดือนเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงวัยที่ผ่านมา ทำให้นอกจากเก็บออมแล้ว อาจนำเงินไปลงทุนเพื่อสร้างผลกำไรมากขึ้น นอกจากนี้ อาจเริ่มป่วยเป็นโรคต่างๆมากขึ้น ทำให้สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ

ลงทุนแบบไม่ป้องกันความเสี่ยง

การลงทุนสามารถสร้างผลกำไรได้งอกงาม แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่เสมอ ทำให้ในช่วงวัยนี้ซึ่งกำลังมีชีวิตทั้งของตนเองและครอบครัวที่มั่นคง ไม่ควรตกอยู่ในความเสี่ยงด้านการเงิน จึงควรหลีกเลี่ยงการจัดพอร์ทการลงทุนในแบบที่มีความเสี่ยงสูง และจัดพอร์ทการลงทุนในแบบความเสี่ยงปานกลางถึงต่ำแทน เพื่อให้ยังสามารถสร้างผลกำไร ขณะเดียวกันก็ป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของคุณด้วย

ไม่ทำพินัยกรรม

ถึงจะยังอยู่ในช่วงวัยกลางคน แต่เพราะระบบการทำงานภายในร่างกายอาจเริ่มเสื่อมลง จนชีวิตมีความไม่แน่นอน จึงไม่ควรละเลยเรื่องการทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้า เพื่อส่งมอบมรดกให้แก่คนในครอบครัว

อายุ 50’s

        วัยนี้คือวัยที่มีการงานมั่นคง แต่ก็ยังมีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต้องแบกรับ ทำให้ต้องพยายามเก็บออม เพื่อใช้ชีวิตวัยเกษียณได้อย่างมีความสุข สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ

ใช้เงินเตรียมเกษียณเป็นทุนการศึกษาให้ลูก

การมอบทุนการศึกษาให้ลูก ถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรทำและสนับสนุนลูกๆอยู่เสมอ แต่เพราะอีกไม่กี่ปีคุณจะเกษียณจากการทำงาน ซึ่งหมายความว่ารายได้ที่คุณได้รับมาโดยตลอดนั้นจะไม่มีอีกต่อไป ทำให้หากคุณใช้เงินทั้งหมดเป็นทุนการศึกษาให้ลูก คุณก็อาจไม่มีเงินสำหรับใช้เกษียณตนเองจากการทำงานได้ จึงควรหลีกเลี่ยงโดยการให้ลูกของคุณออกทำงานพิเศษ เพื่อนำรายได้สมทบกับทุนการศึกษาที่จะให้แก่เขา

ลงทุนแบบมีความเสี่ยงสูง

การลงทุน แม้หวังสร้างผลกำไร หากแต่ลงทุนไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา ก็อาจทำให้ขาดทุนจนส่งผลกระทบด้านการเงินได้ ซึ่งในวัย 50’s นี้ เนื่องจากอีกไม่กี่ปีจะเกษียณ จึงไม่ควรลงทุนแบบมีความเสี่ยงสูง ซึ่งอาจทำให้คุณขาดทุนได้ง่าย แต่ควรลงทุนแบบความเสี่ยงต่ำ ซึ่งจะทำให้คุณได้รับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ อันจะเป็นเงินออมสำหรับใช้จ่ายในยามเกษียณนั่นเอง

อายุ 60’s

      เป็นช่วงเริ่มต้นเข้าสู่วัยเกษียณ แม้วัยนี้คุณอาจไม่ต้องมีห่วงอะไรมากนัก เพราะลูกๆของคุณเริ่มเติบโต สร้างครอบครัว และมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง แต่เพราะเงินคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ทำให้คุณยังควรหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดต่างๆเหล่านี้คือ

ยกเลิกการลงทุนทั้งหมด

แม้คุณจะเก็บออมเงินได้เป็นจำนวนมาก จนเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในยามเกษียณ และไม่จำเป็นต้องลงทุนอีกต่อไป แต่เพราะการลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอ และอาจสร้างมูลค่าได้มากกว่าการฝากเงินออมไว้ในธนาคาร แล้วทำไมคุณจึงไม่ลงทุนต่อ เพื่อมอบเป็นมรดกส่งต่อให้แก่ลูกหลานล่ะ เพราะไม่แน่ว่าพอร์ทการลงทุนของคุณ อาจมีมูลค่ามหาศาลและกลายเป็นมรดกก้อนโตก็เป็นได้

ไม่ทำประกันค่ารักษาพยาบาล

ด้วยอายุที่มากขึ้น วัยเกษียณสามารถเจ็บป่วยได้ง่าย จึงอาจทำให้ต้องเข้ารักษาโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งอาจมีค่ารักษาพยาบาลไม่ใช่น้อย จึงควรทำประกันค่ารักษาพยาบาล เพื่อประหยัดค่ารักษาได้มากขึ้น และได้รับบริการการรักษาที่ดีขึ้นอีกด้วย

        มีชีวิตที่ดีได้ ต้องรู้จักหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทางการเงิน เพื่อให้สามารถวางแผนการใช้เงินในแต่ละช่วงวัยได้อย่างเหมาะสม และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกๆวัน