การลงทุนในวัยเกษียณ แม้สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าการเก็บออม แต่ก็มีข้อควรระวังที่ควรใส่ใจ เพื่อให้การลงทุนประสบความสำเร็จ

เพราะเงินที่มีทั้งหมด เกิดจากการทำงานมาทั้งชีวิต อีกทั้งการลงทุนยังมีความเสี่ยง อันอาจทำให้แทนที่จะได้รับผลตอบแทน อาจเกิดภาวะขาดทุนแทนได้ ดังนั้น หากลงทุนโดยไม่ศึกษาและมีความรู้มากพอในการลงทุน เงินออมที่มีนั้นก็อาจหดหายลงไปได้ง่ายๆ

แล้วควรลงทุนอย่างไรให้ เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง และมีมูลค่าทิ้งไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานได้ต่อไป หากคุณเป็นคนวัยเกษียณที่อยากลงทุน imoneythailand.com จึงขอเสนอ ข้อควรระวัง “การลงทุนในวัยเกษียณ” ที่จะทำให้คนวัยเกษียณทุกคน รู้ถึงสิ่งที่ไม่ควรทำในการลงทุน เพื่อให้การลงทุนประสบความสำเร็จมากที่สุด

1. เลือกหุ้นโตเร็ว

การลงทุนในหุ้นโตเร็ว สามารถสร้างผลกำไรในการลงทุนในตลาดหุ้นได้มากที่สุด จากการที่มีมูลค่าเติบโตในระยะเวลาสั้น ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนทุกช่วงวัย จึงต่างเลือกที่จะลงทุนในหุ้นชนิดนี้ เพื่อหวังสร้างผลตอบแทน แต่แม้มีมูลค่าเติบโตสูงในระยะเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตาม หุ้นโตเร็วก็มีโอกาสที่มูลค่าจะตกลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน จากความผันผวนของตลาดหุ้น และพื้นฐานของหุ้นโตเร็วที่ไม่แข็งแกร่งนัก

ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง อันจะทำให้เงินที่ใช้ในการลงทุน ซึ่งคือเงินเก็บออมที่สร้างมาทั้งชีวิต มีมูลค่าลดลงจนทำให้ขาดทุนได้ การลงทุนในวัยเกษียณจึงไม่ควรเลือกหุ้นโตเร็ว ในการจัดพอร์ทหุ้น แต่ควรเลือกหุ้นอย่างหุ้นแข็งแกร่ง ซึ่งมักเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงและกิจการมั่นคง และหุ้นโตช้า ที่ให้เงินปันผลดีสม่ำเสมอแทน เพื่อให้สามารถลดความเสี่ยงในการลงทุน จนสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

2. ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียว

การหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง อาจสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ  อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะนั่นอาจหมายถึงการอยู่ใน Comfort Zone เกินไป จนสุดท้ายแล้วการลงทุนไม่สร้างผลตอบแทนได้ดั่งที่หวัง

ดังนั้น การลงทุนในสินทรัพย์ จึงควรจัดพอร์ทการลงทุนโดยลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท เพื่อให้ทั้งสามารถสร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอ ขณะเดียวกันก็ลดความเสี่ยงได้เช่นกัน โดยอาจจัดพอร์ท การลงทุนโดยลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำคือ ตราสารหนี้และเงินฝาก ควบคู่กับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงคือ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ อาจพิจารณาถึงความต้องการในการลงทุนของตนเองว่า รับความเสี่ยงได้มากน้อยขนาดไหน เพื่อให้สามารถแบ่งสรรการลงทุนได้ว่า ควรลงทุนในสินทรัพย์ชนิดใดมากกว่ากันเช่น

  • รับความเสี่ยงได้น้อย จัดพอร์ทการลงทุน ตราสารหนี้ 45% เงินฝาก 45% หุ้น 10%

  • รับความเสี่ยงได้ปานกลาง จัดพอร์ทการลงทุน ตราสารหนี้ 50% เงินฝาก 35% หุ้น 15%

  • รับความเสี่ยงได้สูง จัดพอร์ทการลงทุน ตราสารหนี้ 60% เงินฝาก 25% หุ้น 15%

3. เพิกเฉยต่ออัตราดอกเบี้ยที่ขึ้นสูง

บ่อยครั้งที่นักลงทุนไม่สนใจข่าวคราว การปรับตัวของดอกเบี้ยที่ขึ้นสูง ทั้งที่มีผลกระทบต่อการลงทุนเป็นอย่างมาก  เพราะบางบริษัทการดำเนินธุรกิจไม่มีสภาพคล่องทางการเงินเสมอไป ทำให้ต้องมีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาดำเนินธุรกิจ

แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นสูง นั่นอาจทำให้บริษัทหรือการดำเนินธุรกิจนั้นประสบปัญหาได้ เนื่องจากมีความสามารถในการกู้ยืมเงินลดลง จนทำให้มีผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน และผลประกอบการของธุรกิจที่ลดลงได้  ซึ่งผลกระทบดังกล่าวอาจส่งผลให้มูลค่าของสินทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์นั้นลดลงเช่นกัน

ดังนั้น การลงทุนในวัยเกษียณ จึงไม่ควรเพิกเฉยต่อการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยที่ขึ้นสูง ควรติดตามข่าวสารการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รู้เท่าทันและสามารถปรับตัวต่อต่อสถานการณ์การลงทุนได้เป็นอย่างดี

การลงทุนในวัยเกษียณ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงหลีกเลี่ยงข้อควรระวังต่างๆเหล่านี้ และศึกษาหาความรู้ในการลงทุนวัยเกษียณอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าคุณจะสามารถประสบความสำเร็จในการลงทุนในวัยเกษียณได้อย่างแน่นอน