การทำประกันชีวิต แม้มีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ได้รับสิทธิประโยชน์ผลตอบแทนต่างๆ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีคนอีกมากที่ไม่อยากมีประกันชีวิต

เพราะด้วยรูปแบบการลงทุนที่ไม่เหมือนกับการลงทุนแบบอื่นๆ ซึ่งทำให้ไม่ได้รับผลกำไรหรือผลตอบแทนโดยทันที อีกทั้งการขาดความรู้ความเข้าใจในผลประโยชน์ต่างๆ และการได้รับการปลูกฝังทัศนคติที่ไม่ดีเกี่ยวกับการลงทุนประเภทนี้มาโดยตลอด ทำให้คนส่วนใหญ่มีเหตุผลมากมายที่ไม่อยากจะมีประกันชีวิต และพร้อมจะปฏิเสธทุกเมื่อ เมื่อมองเห็นหรือพบเจอตัวแทนประกันชีวิตเข้าหา เพื่อชักชวนให้ทำการซื้อหรือลงทุน

Imoneythailand.com จึงขอเสนอ 5 เหตุผลของคนไม่อยากมีประกันชีวิต  ที่จะทำให้คุณรู้ว่าทำไมคนส่วนใหญ่จึงไม่อยากมีประกันชีวิต

1.ขั้นตอนการทำประกันชีวิตยุ่งยาก

คนเราเมื่อไม่ได้สนใจทำอะไรในสิ่งไหน เมื่อถึงคราวจำเป็นที่จะต้องทำ ก็มักจะเกิดความรู้สึกเหนื่อยหน่ายหรือรู้สึกว่ายุ่งยากที่จะต้องทำอะไรใรสิ่งนั้นๆเสมอ การทำประกันชีวิตก็เช่นเดียวกัน เพราะไม่ใช่ประเภทการลงทุนที่คนทั่วไปให้ความสนใจหรือให้ความสำคัญมากนัก ทำให้เมื่อต้องทำการซื้อหรือลงทุน จึงไม่ได้ซื้อโดยง่าย หากแต่ต้องศึกษาค้นคว้า เปรียบเทียบข้อมูลรายละเอียดของบริษัทประกันชีวิตแต่ละแห่งให้ดี เพื่อพิจารณาสิทธิประโยชน์และผลตอบแทน ให้รู้สึกว่าการทำประกันชีวิตนี้คุ้มค่ามากที่สุด

ด้วยเหตุนี้ การมีทัศนคติในการทำประกันชีวิตแบบนี้นี่เอง ที่ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าขั้นตอนการทำประกันชีวิตช่างยุ่งยากเสียเหลือเกิน  จนสุดท้ายก็ยกเลิกและไม่ทำประกันชีวิตในท้ายที่สุด

2.เบี้ยประกันราคาแพง

การทำประกันชีวิต ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากเป็นรูปแบบการลงทุนที่ป้องกันความเสี่ยงในอนาคต ไม่ได้ให้ผลกำไรหรือผลตอบแทนโดนทันที เหมือนกับรูปแบบการลงทุนอื่นๆ ทำให้หลายคนอาจจะรู้สึกว่า การต้องส่งเบี้ยประกันเป็นประจำนั้น เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและมีราคาแพงอยู่เสมอ

ดังนั้น ไม่ว่าในปัจจุบัน บริษัทประกันชีวิตในปัจจุบัน จะได้ลดค่าเบี้ยประกันให้ถูกลงในระดับหลักสิบหรือหลักร้อยกันมากขึ้น หรือแม้แต่ให้ลูกค้าสามารถจัดแผนประกันชีวิตในแบบที่ต้องการได้เอง เพื่อจะได้จ่ายค่าเบี้ยประกันลดลง แต่หากสุดท้ายแล้ว คนทั่วไปยังไม่คำนึงว่า การจ่ายค่าเบี้ยประกันทุกเดือนนั้น คือการสร้างหลักประกันความมั่นคงทางการเงินในอนาคต หาใช่การจ่ายค่าเบี้ยประกัน เพื่อหวังผลตอบแทนแต่อย่างใด เบี้ยประกันนั้นก็จะยังคงมีราคาแพง และจะเป็นหนึ่งในเหตุผลอมตะที่คนจะใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการทำประกันชีวิตอยู่เสมอ

3.ข้อเสนอประกันชีวิตเข้าใจยาก

ทุกบริษัทประกันชีวิต มีข้อเสนอด้านการคุ้มครองต่างๆ และสิทธิประโยชน์ ผลตอบแทนมากมายให้ได้พิจารณา ซึ่งถึงแม้จะเป็นเรื่องดีที่มีรายละเอียดแสดงให้เห็นว่า การทำประกันชีวิตนั้น มีผลประโยชน์ที่จะได้รับมากมายขนาดไหน แต่ในทางตรงกันข้าม ก็อาจส่งผลให้รู้สึกว่าเข้าใจยาก จนทำให้คนทั่วไปอาจไม่สนใจกลางครัน หรือเกิดความกลัวขึ้นได้ว่าอาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ดังที่คาดหวังไว้ได้ ด้วยเหตุนี้ หากข้อเสนอของบริษัทประกันชีวิตใด อ่านแล้วเข้าใจได้ยากหรือมีรายละเอียดเยอะจนไม่น่าสนใจ ก็อาจทำให้คนทั่วไปไม่อยากที่จะทำประกันชีวิตได้

4.อายุยังน้อย

คนเราเมื่ออายุยังน้อย สุขภาพย่อมแข็งแรงดีและมีความเสี่ยงน้อยที่จะเกิดภยันตรายต่างๆ  จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนในวัยนี้ ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องซื้อประกันชีวิตให้แก่ตนเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขประจำปี 2561 ที่ระบุว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด เบาหวาน และความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุหลักถึงร้อยละ 75 ของการเสียชีวิตทั้งหมด หรือประมาณ 320,000 คนต่อปี  ขณะที่สถิติการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ระหว่างพ.ศ.2555-2559 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 15,000-30,000 คน โดยอุบัติเหตุทางท้องถนนทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงสุด บ่งบอกว่าโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันนั้นมีอยู่เสมอ

ดังนั้น ถึงแม้คุณจะอายุยังน้อยและสุขภาพดีอยู่ในเวลานี้ แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่า คุณจะไม่มีโอกาสที่จะมีโรคภัยไข้เจ็บหรือการเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้แต่อย่างใด จึงควรที่จะทำประกันชีวิตไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อให้เมื่อต้องทำการรักษาพยาบาลแล้ว ค่ารักษาพยาบาลจะได้น้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น และต่อชีวิตอายุยังน้อยของคุณ ให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานมากกว่าเดิม

5.ไม่มีภาระผูกพัน

บางคนไม่ต้องการมีประกันชีวิต เพราะไม่มีครอบครัว ลูกหรือภรรยา อันเป็นภาระผูกพันที่ต้องคอยดูแล ทำให้อาจรู้สึกว่าตัวเองสามารถอยู่คนเดียว ตายคนเดียวได้ โดยไม่ต้องห่วงใครๆ แต่อย่าลืมว่าคุณยังมีคุณพ่อคุณแม่ และญาติผู้ใหญ่ที่ต้องดูแล ซึ่งต่างก็อยู่ในวัยที่ชรามากแล้วกันทั้งนั้น และต้องคอยเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา

ดังนั้น การซื้อประกันชีวิต จะช่วยให้คุณสามารถดูแลพ่อแม่ได้ดียิ่งขึ้น เพราะจะทำให้สามารถเลือกการรักษาในโรงพยาบาลที่ดีได้  รวมถึงสามารถแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย อันจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด และมีชีวิตยืนยาว จนไม่แน่ว่าถึงตอนนั้น คุณก็อาจมีครอบครัวเป็นของตัวเอง และมีเจ้าตัวน้อยให้คุณพ่อคุณแม่ได้ชื่นชมก็เป็นได้

แม้ว่าเหตุผลของคนไม่อยากมีประกันชีวิต ฟังดูแล้วอาจเข้าทีสำหรับใครหลายคน อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ควรทำประกันชีวิตนั้นก็มีอยู่ ลองเปิดใจรับฟังและพิจารณา เพื่อให้ไม่พลาดโอกาสในการสร้างหลักประกันและความมั่นคงทางการเงินให้แก่คนที่คุณรักกันนะครับ