การสร้างครอบครัว คนเป็นพ่อแม่ นอกจากจะต้องสร้างความรัก ความอบอุ่นแล้ว ยังต้องสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับสมาชิกในครอบครัวในอนาคตอีกด้วย

การทำประกัน จึงถือเป็นวิธีวางแผนทางการเงินหนึ่ง ที่สามารถสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับคนในครอบครัว เนื่องจากสามารถสร้างหลักประกันและความมั่นคงได้ ในกรณีที่กำลังสำคัญของครอบครัวเกิดเหตุเจ็บป่วยไม่สบายหรือประสบอุบัติเหตุ เงินประกันชีวิตก็จะช่วยชดเชยเมื่อคุณต้องหยุดงาน จนไม่ต้องสูญเสียรายได้ในวันนั้นไปโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งยังได้รับการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล อันทำให้ลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วย นอกจากนี้ ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เงินประกันชีวิตก็จะช่วยชดเชยความสูญเสียทางการเงิน จากการสูญเสียกำลังสำคัญของครอบครัว อันจะทำให้สมาชิกที่อยู่ข้างหลังไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันยากลำบาก และสามารถขับเคลื่อนชีวิตตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงต่อไป

ด้วยเหตุนี้ การทำประกัน จึงไม่ควรเป็นสิ่งมองข้าม สำหรับใครก็ตามที่กำลังสร้างครอบครัวและต้องการให้สมาชิกในครอบครัวมีอนาคตที่สดใส imoneythailand.com จึงขอเสนอ เคล็ดลับการทำประกันเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้ครอบครัว ที่จะทำให้คู่รักทุกคนได้รู้ว่า มีเคล็ดลับอะไรบ้างที่จะทำให้คุณสามารถทำประกันที่จะสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่ครอบครัวได้บ้าง มาดูกันเลย

1. เริ่มทำประกันตั้งแต่อายุยังน้อย

แม้คุณและคู่รัก จะยังไม่มีแพลนที่จะมีเจ้าตัวน้อยในตอนนี้ แต่ในวันข้างหน้าก็ไม่แน่ ดังนั้น เพื่อมอบอนาคตที่ดีให้แก่ลูกของคุณ จึงควรเริ่มทำประกันตั้งแต่ตอนนี้ เพราะเหตุไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อีกทั้งเมื่อมีสมาชิกตัวน้อยเข้ามาย่อมหมายถึงค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น ทั้งค่าเลี้ยงดู อาหาร ของใช้ ของเด็กเล่นต่างๆ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น คุณก็อาจไม่มีเงินมากเพียงพอที่จะทำประกันชีวิตแล้ว

ดังนั้น เมื่อยังมีกำลังทรัพย์กำลังเงินมากพอ ก็ควรทำประกันเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เมื่อยามจำเป็นจะได้ใช้ผลประโยชน์คุ้มครองได้อย่างเต็มที่  อีกทั้งยังเป็นการสร้างผลตอบแทนให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อันจะกลับกลายเป็นมรดกกลับคืนสู่ลูกหลานได้อีกในภายภาคหน้าอีกด้วย

2. รู้จักบริหารจัดการค่าเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้น

ด้วยเหตุที่เด็กที่อายุ 1 เดือนจนถึง 5 ขวบ ตามค่าสถิติถือเป็นช่วงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยสูง เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก RSV หรือมือเท้าปากเปื่อย อันอาจทำให้ผู้ที่ทำประกันสุขภาพให้กับเด็กวัยนี้ มีโอกาสที่ขอเคลมค่ารักษาพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น หากคุณต้องการทำประกันให้กับสมาชิกตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก คูณอาจต้องค่าเบี้ยประกันสูงกว่าปกติ

สืบเนื่องจากบริษัทประกันต้องเผชิญกับการรับความเสี่ยงของลูกค้าที่สูงขึ้น จากโอกาสการเคลมที่เพิ่มมากขึ้น และค่ารักษาพยาบาลที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในอัตราทบต้น 7-8% ต่อปี นั่นจึงทำให้บริษัทประกันต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการขาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเบี้ยประกัน หรือการยกเลิกแผนประกันบางแผน เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ

ฉะนั้น หากคุณต้องการทำประกันให้กับลูกน้อยของคุณ ก็อย่าลืมที่จะรู้จักบริหารจัดการค่าเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อให้สามารถผ่อนจ่ายค่าเบี้ยประกันได้อย่างต่อเนื่อง อันจะทำให้อาจช่วยลดค่ารักษาพยาบาล ยามเมื่อลูกน้อยของคุณต้องเข้าโรงพยาบาลได้ไม่มากก็น้อย

3. เลือกรูปแบบประกันและผลประโยชน์ที่ต้องการ

การทำประกันชีวิตมีประโยชน์มากมาย โดยนอกจากประโยชน์ในเรื่องของการสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่คนในครอบครัวแล้ว การทำประกันยังเปรียบเสมือนการลงทุน ที่ช่วยสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่ผู้ทำประกันอีกด้วย เพราะบริษัทประกันชีวิตจะนำเงินค่าเบี้ยประกันภัยของผู้เอาประกันภัยทั้งหมดไปลงทุนต่อ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีและนำมาจ่ายผลประโยชน์คืนให้กับผู้เอาประกันภัย อันจะส่งผลให้นอกจากผู้ทำประกันจะได้รับทั้งสิทธิพิเศษและผลประโยชน์คุ้มครองต่างๆแล้ว  ยังจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่มากกว่าการฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคาร

แต่เนื่องจากแต่ละคนต้องการผลประโยชน์จากการทำประกันที่แตกต่างกัน บางคนเพียงต้องการสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่คนในครอบครัว ในขณะที่บางคนต้องการทั้งสร้างหลักประกันและผลตอบแทนกลับคืนมา ผู้ที่คิดทำประกัน จึงควรคำนึงถึงรูปแบบประกันและผลประโยชน์ที่ตนเองต้องการมากที่สุด เพื่อให้ได้การทำประกันสามารถสร้างผลประโยชน์ให้ตนเองได้อย่างแท้จริง

โดยหากต้องการทำประกันชีวิต เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่คนในครอบครัว และต้องการสร้างผลตอบแทนสูงจากการทำประกันในเวลาเดียวกัน อาจพิจารณาประกันชีวิตที่มีรูปแบบของสัญญาระยะยาว เช่น แบบตลอดชีพ หรือ แบบสะสมทรัพย์ เพื่อให้เบี้ยประกันที่คุณต้องจ่ายนั้นสามารถคุ้มครองและลงทุนงอกเงยเป็นผลตอบแทนกลับคืนมา

ในขณะที่หากต้องการสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่คนในครอบครัวเพียงอย่างเดียว อาจเลือกประกันชีวิตที่มีรูปแบบของสัญญาระยะสั้น เช่น แบบชั่วระยะเวลา เพื่อให้ประกันชีวิตสามารถคุ้มครองชีวิตคนในครอบครัวได้ตามระยะเวลาที่กำหนด และไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันในราคาแพง อันจะทำให้ไม่เป็นภาระทางการเงินแก่ตนเองในอนาคต

ดังนั้น ก่อนทำประกันชีวิต จึงควรพิจารณาว่าตนเองต้องการผลประโยชน์จากการทำประกันในข้อใด เพื่อให้สามารถเลือกรูปแบบประกันที่สร้างผลประโยชน์ได้ตามที่ตนเองต้องการมากที่สุด

4. ทำประกันที่คุมครองทุกอย่าง

เพราะประกันมีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต ฯลฯ ทำให้หากทำประกันแยกเป็นแต่ละชนิดไป อาจทำให้ต้องเสียค่าเบี้ยประกันจำนวนมาก จนเป็นภาระด้านการเงินได้

ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่า ค่าเบี้ยประกันที่คุณต้องจ่ายไปนั้น คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ จึงควรเลือกทำประกันที่มีนโยบายคุ้มครองทุกอย่างเท่าที่ชีวิตคนๆหนึ่งต้องการ ไม่ว่าจะเป็นคุ้มครองชีวิต อุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล การเป็นโรคร้าย ไปจนถึงวันหยุดงานที่ต้องสูญเสียรายได้ เพื่อให้การทำประกันสามารถสร้างผลประโยชน์ให้แก่คุณและครอบครัว จนสามารถเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัวของคุณในอนาคตได้อย่างแท้จริง

การทำประกัน สามารถสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่คนในครอบครัวได้ เพียงคุณรู้ว่าควรเริ่มต้นทำประกันอย่างไร นำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่คนในครอบครัว