ความรู้ความเข้าใจ คือกุญแจสู่ความสำเร็จในการวางแผนด้านการเงิน ดังนั้น หากมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเงิน นั่นก็อาจทำให้คุณไม่สามารถวางแผนทางการเงินที่ดีได้

เพราะเป้าหมายของการวางแผนทางการเงิน คือการสร้างความมั่นคงและอิสรภาพทางการเงินให้แก่ตนเองในอนาคต ดังนั้น นอกจากโฟกัสในเรื่องของการสร้างรายได้ เพื่อเพิ่มพูนยอดเงินในบัญชีเงินออมแล้ว การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เพื่อสร้างผลกำไร การออมเงินเพื่อเป้าหมายในการเกษียณ ตลอดจนการปรึกษานักวางแผนการเงิน เพื่อวางแผนการเงินที่ดีให้แก่ตนเอง ก็ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรไม่มองข้าม

แต่แม้ว่าวิธีการเหล่านี้จะเป็นเส้นทางในการวางแผนทางการเงินให้ประสบความสำเร็จ ถึงกระนั้น เรื่องเหล่านี้ก็ยังคงถูกเข้าใจผิดอยู่เสมอ จากการขาดความรู้และเชื่อถือโดยปราศจากการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของคนส่วนใหญ่ ทำให้วิธีการเหล่านี้ถูกมองว่าไร้ประโยชน์ และยังคงใช้วิธีเดิมๆเพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จด้านการเงิน imoneythailand.com  จึงขอเสนอ 11 เรื่องเข้าใจผิดที่ทำให้เสียโอกาสทางการเงิน ที่จะทำให้คุณได้มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการเหล่านี้ เพื่อให้สามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างชาญฉลาดในอนาคต

1. เงินสดดีกว่าบัตรเครดิต

เมื่อถามว่าระหว่างมีเงินสดจำนวนมากกับบัตรเครดิตหลายใบ อะไรดีกว่ากัน คนส่วนใหญ่ย่อมตอบว่ามีเงินสดย่อมดีกว่า เพราะรับมาจ่ายไป ไร้ปัญหาหนี้สิน ต่างจากการมีบัตรเครดิตหลายใบ ที่สามารถสร้างหนี้สินได้ทุกเมื่อ จากอัตราดอกเบี้ยที่แพงลิบลิ่ว และการไม่ชำระหนี้บัตรเครดิตตามกำหนดชำระ ซึ่งอาจสร้างวิกฤติทางการเงินให้แก่ตนเองในภายหลัง เหตุผลดังกล่าวจึงทำให้คนส่วนใหญ่ย่อมคิดว่าเงินสดดีกว่าบัตรเครดิต และหลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิตในที่สุด

อย่างไรก็ตาม การใช้บัตรเครดิตธนาคาร สามารถสร้างเครดิตทางการเงินให้แก่คุณได้ หากชำระหนี้บัตรเครดิตได้ครบกำหนดตามเวลา ซึ่งหากมีเครดิตทางการเงินที่ดี จะมีประโยชน์ตรงที่หากต้องการทำ ธุรกรรมการเงินด้านอื่นๆอย่างเช่น การขอสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ ก็จะทำได้โดยง่าย เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือทางการเงิน ทำให้คุณสามารถมีบ้าน มีรถได้ทันที โดยไม่ต้องสะสมเงินให้ครบตามจำนวนก่อน ที่อาจต้องใช้ระยะเวลานานจึงจะบรรลุเป้าหมาย

รวมถึงยังได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆเช่น ส่วนลดเมื่อทำการชอปปิ้งสินค้าที่ร่วมรายการ ได้รับเงินคืนเมื่อใช้จ่ายครบยอดที่กำหนด หรือแม้แต่สามารถใช้บริการ Lounge สุดหรูในสนามบินระหว่างรอขึ้นเครื่องได้ เป็นต้น ซึ่งสิทธิประโยชน์พิเศษเหล่านี้อาจสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมถึงยังได้รับผลตอบ แทนเป็นบริการสุดคุ้มอีกมากมาย ในแบบที่หากใช้เงินสด อาจต้องจ่ายเงินไม่น้อยเลยทีเดียว จึงอาจกล่าว ได้ว่า หากรู้จักใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี บัตรเครดิตก็สามารถสร้างประโยชน์ได้มากมาย ไม่แพ้เงินสดหรืออาจดีกว่าการใช้เงินสดเลยทีเดียว

2. ไม่ออมเงินจนกว่าจะชำระหนี้หมด

เมื่อมีหนี้สิน การชำระหนี้สินให้หมดไป ถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่คนส่วนใหญ่อยากจะทำให้สำเร็จมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เมื่อใดก็ตามที่คนเป็นหนี้ คนกลุ่มนี้จะไม่คิดออมเงินแต่อย่างใด หากแต่จะนำเงินทั้งหมดที่มีไปชำระหนี้โดยเร็ว จนทำให้เมื่อมีรายได้มาเท่าไหร่ นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้แล้ว เงินที่เหลือก็จะนำไปชำระหนี้จนหมด

ซึ่งหลักการคิดดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะการออมเงินสำคัญต่อชีวิตเราในทุกๆวัน จากการเป็นเงินถุงเงินถังและเงินที่สามารถนำมาใช้ได้ในยามฉุกเฉิน โดยหากคุณเกิดประสบอุบัติเหตุกะทันหัน จนต้องทำการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลและมีค่ารักษาจำนวนมาก แม้สามารถชำระหนี้ได้จนหมด แต่หากไม่มีเงินออมไว้ชำระค่ารักษาพยาบาลในขณะนั้น สุดท้ายคุณก็อาจต้องกู้ยืมหนี้สินเพื่อมาชำระค่ารักษาหรือในกรณีแย่ที่สุด คุณอาจไม่ได้รับการรักษา จากการไม่มีเงินเพื่อชำระค่ารักษาพยาบาลเลยก็เป็นได้

ดังนั้น แม้ว่าคุณจะมีหนี้สินมากเพียงใด นอกจากชำระหนี้สินเต็มงวดอย่างเป็นประจำแล้ว ก็อย่าลืมออมเงิน เพื่อเป็นเงินไว้เก็บออมและใช้ในยามฉุกเฉินกันด้วยนะครับ

3. ประกันไม่จำเป็นต้องทำ ถ้าไม่มีภาระผูกพันกับใคร

บริษัทประกันชีวิต มักทำโฆษณาที่สื่อเป้าหมายว่า การทำประกันชีวิตคือการสร้างความมั่งคั่งและหลักประกันให้กับคนในครอบครัว เมื่อเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นกับตัวเรา ทำให้หลายคนอาจเข้าใจว่า หากอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีญาติหรือครอบครัว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำประกันชีวิต เพราะไม่มีใครที่ต้องเป็นห่วง หรือต้องสร้างหลักประกันให้แต่อย่างใด

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีญาติหรือครอบครัว คุณก็ควรทำประกันชีวิต เพราะประกันชีวิตสามารถจ่ายเบี้ยชดเชยให้คุณได้ ในกรณีที่คุณเกิดอาการเจ็บป่วย ซึ่งทำให้หากคุณไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่มีสวัสดิการหรือประกันสังคม แต่เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นคนที่ต้องหาเช้ากินค่ำอยู่ในทุกๆวัน เพื่อให้มีรายได้ในแต่ละวัน นั่นก็จะชดเชยรายได้ในวันที่คุณหยุดงานภายในวันนั้นได้เลยในทันที นอกจากนี้ ยังเป็นวิธีการออมเงินอีกแบบหนึ่ง ที่จะได้รับผลตอบแทนมากกว่าเงินออมในธนาคารอีกด้วย เนื่องจากบริษัท ประกันชีวิต จะนำเบี้ยประกันไปใช้ในการลงทุนอีกด้วยนั่นเอง การทำประกันชีวิต จึงไม่เพียงมีประโยชน์ในการสร้างความมั่งคั่งและหลักประกันให้แก่คนที่มีครอบครัวเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์แม้แต่กับคนทั่วไปที่อยู่ตัวคนเดียวอีกด้วย

4. การลงทุนในหุ้นตลาดหลักทรัพย์มีความเสี่ยงเกินไป

การลงทุนในหุ้นตลาดหลักทรัพย์ถือเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้จำนวนมาก หากมีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนสินทรัพย์ประเภทนี้เป็นอย่างดี โดยถึงแม้จะได้รับผลตอบแทนสูง แต่เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน จากการที่หุ้นในตลาดหลักทรัพย์มีราคาคาขึ้นลงผันผวนมากในแต่ละวัน ทำให้หลายคนอาจมองว่า การลงทุนในหุ้นตลาดหลักทรัพย์มีความเสี่ยงเกินไป จนกลับไปวางแผนการเงินด้วยการออมเงินในธนาคารเหมือนดังเดิม

ทั้งที่จริงแล้ว ถึงแม้การลงทุนในหุ้นตลาดหลักทรัพย์จะมีความเสี่ยงสูงก็จริง แต่ในปัจจุบันมีวิธีการลงทุนที่สามารถลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ นั่นคือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ DCA (Dollar Cost Average) โดยการลงทุนด้วยวิธีนี้ จะทำให้สามารถซื้อหุ้นได้ในราคาค่าเฉลี่ยในทุกๆเดือน ซึ่งจะทำให้เมื่อราคาลดลง คุณก็จะไม่ขาดทุนมาก ในขณะที่หากราคาขึ้นสูง ก็จะได้กำไรมากเช่นกัน โดยวิธีการนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นวิธีการลงทุนที่สามารถเอาชนะค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ได้อีกด้วย ดังนั้น หากใครมองว่าการลงทุนในหุ้นตลาดหลักทรัพย์เป็นวิธีการที่เสี่ยงเกินไป สามารถเลือกวิธีการลงทุนด้วย DCA เพราะนอกจากจะทำให้สามารถซื้อหุ้นได้ในราคาค่าเฉลี่ยในทุกๆเดือน อันทำให้ลดความเสี่ยงในการลงทุนแล้ว   ยังได้รับผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย

5. คนรวยเท่านั้นถึงจำเป็นต้องปรึกษานักวางแผนการเงิน

เงินทองแม้เป็นของนอกกาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความสำคัญต่อการใช้ชีวิต เพื่ออนาคตที่มั่นคง จึงควรให้นักวางแผนการเงินช่วยดูแลการเงินส่วนบุคคลของคุณ เพราะนักวางแผนการเงินจะช่วยแนะนำ และวางแผนการเงินส่วนบุคคลให้คุณอย่างครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่การเก็บออม การลงทุน ไปจนถึงการวางแผนเพื่อวัยเกษียณ และการวางแผนภาษีและมรดก ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านการเงิน และหลักประกันให้แก่ทั้งตัวคุณ ครอบครัวคุณและลูกหลานในอนาคต

แต่เนื่องจากต้องเสียค่าบริการ ในส่วนของค่าบริการจัดทำแผน และค่าที่ปรึกษา ประกอบกับหลายๆคนอาจรู้สึกว่าตนเองมีความรู้ทางการเงินดีในระดับหนึ่ง จนสามารถวางแผนการเงินได้ด้วยตนเอง ทำให้อาจเกิดความเชื่อผิดๆที่ว่า คนรวยเท่านั้นถึงจำเป็นต้องปรึกษานักวางแผนการเงิน เพราะต้องมีเงินเท่านั้นถึงจะจ้างนักวางแผนการเงินเท่านั้นได้ และคนตัวเล็กๆอย่างเราไม่ได้มีธุรกิจหรือเงินทองที่ต้องจัดการมากมาย การวางแผนทางการเงินโดยที่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จึงอาจเป็นเรื่องที่เกินจำเป็น

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่มีเงิน จะมีหรือไม่มีธุรกิจหรือเงินทองที่ต้องจัดการมากมาย หรือจะเป็นคนรวยหรือไม่รวย ล้วนสามารถใช้บริการนักวางแผนการเงินได้ทั้งสิ้น เพราะการวางแผนการเงินล้วนเป็นเรื่องสำคัญของทุกๆคน จึงไม่เกี่ยวว่าจะรวยหรือจน หากมีความตั้งใจจริง การได้รับการวางแผนการเงินอย่างเชี่ยวชาญ โดยเสียค่าบริการเพียงไม่มากนี้ อาจเป็นเรื่องเล็กน้อยมากนัก เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับ และถึงแม้คุณจะมีความรู้ด้านการเงินในระดับหนึ่ง แต่ด้วยความรอบรู้ของนักวางแผนการเงิน ย่อมสามารถวางแผนการเงินได้อย่างหลากหลายมากกว่า จนมีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จ ดังนั้น หากคุณคิดที่อยากประสบความสำเร็จด้านเงิน นักวางแผนการเงินก็ถือเป็นตัวช่วยหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม

6. เมื่อจ้างนักวางแผนการเงิน ก็ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว

ถึงแม้คุณจะจ้างนักวางแผนการเงินได้แล้ว แต่เนื่องจากนักวางแผนการเงินมีหน้าที่ในการแนะนำ และจัดทำแผนการเงินให้เท่านั้น ทำให้ความคิดที่ว่า เมื่อจ้างนักวางแผนการเงิน ก็ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว เป็นความคิดที่ผิดถนัด เพราะถึงแม้แผนการเงินที่นักวางแผนการเงินจะจัดทำออกมาได้ดีเท่าไหร่ หากคุณไม่นำไปปฏิบัติและเชื่อฟังคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ผลสำเร็จก็คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้แต่อย่างใด ดังนั้น นอกจากจ้างนักวางแผนการเงิน เพื่อให้ได้แผนการเงินที่เหมาะสมกับคุณแล้ว คุณยังต้องปฏิบัติและทำตามแผนการเงินอย่างเคร่งครัดด้วย เพื่อให้คุณสามารถประสบความสำเร็จทางการเงินได้อย่างที่คุณคาดหวังในท้ายที่สุด

7. ฉันยังอายุน้อยเกินกว่าจะคิดเรื่องเกษียณ

การเกษียณอายุการทำงาน อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนรุ่นใหม่ เนื่องจากเป็นเรื่องที่คนอายุ 40-50 ปี ขึ้นไปเท่านั้นที่ควรจะคิดเรื่องนี้ ทำให้หลายคนที่อายุยังน้อย จึงมักคิดว่า ฉันยังอายุน้อยเกินกว่าจะคิดเรื่องเกษียณ จนทำให้ไม่สนใจที่จะวางแผนการเงินแต่อย่างใด

ซึ่งความคิดนี้เองที่อาจทำให้หลายคนอาจต้องลำบากในยามเกษียณ เนื่องจากไม่มีเงินเพียงพอให้ใช้จ่าย จนสุดท้ายอาจยังต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพอยู่ดังเดิม ด้วยเหตุนี้ การคิดเรื่องเกษียณอายุการทำงานตั้งแต่อายุยังน้อยจึงถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เกิดความสนใจในการวางแผนการเงิน อันจะทำให้ตนเองมีฐานะการเงินที่ดีพอ เพื่อสามารถเกษียณจากการทำงานได้อย่างแท้จริง จนสามารถใช้ชีวิตดังที่ตัวเองต้องการในบั้นปลายได้ในที่สุด

8. มีรายได้ไม่มากจึงไม่ออมเงิน

ความเข้าใจว่า มีรายได้ไม่มากจึงไม่ออมเงิน อาจฟังดูเหมือนข้อแก้ตัวมากกว่าความเข้าใจผิด เพราะการออมเงินไม่มีการจำกัดว่าจะมากหรือน้อย ดังนั้น ถึงแม้คุณจะมีรายได้ไม่มาก หากคิดจะออมเงินก็ย่อมออมเงินได้อย่างแน่นอน โดยเงินออมเหล่านี้อาจช่วยชีวิตคุณในอนาคตได้ จากการเป็นเงินใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน เป็นค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ ฉะนั้น เริ่มต้นออมเงินวันนี้ เพื่อวันที่ดีในอนาคตของคุณในอนาคต

9.ออมเงินในบัญชีธนาคารคือการเก็บออมที่สร้างมูลค่าที่สุด

ตั้งแต่เล็กจนโต นอกจากเก็บออมโดยการหยอดกระปุกออมสินของตัวเองแล้ว ทุกคนต่างถูกปลูกฝังให้เก็บออมเงินในรูปแบบของบัญชีในธนาคารอยู่เสมอ เนื่องจากมีดอกเบี้ยเงินฝากที่จะเพิ่มจำนวนเงินต้นในทุกๆปี จนหลายคนเกิดความเชื่อมั่นว่า การออมเงินในบัญชีธนาคารคือการเก็บออมที่สร้างมูลค่ามากที่สุด เนื่องจากหากฝากเงินไปนานๆ เงินจำนวนนั้นก็จะมีมูลค่ามากขึ้นจากการได้รับดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ

โดยลืมไปว่า ในระบบเศรษฐกิจนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า ภาวะเงินเฟ้อ ที่จะทำให้ค่าเงินในประเทศลดลงเรื่อยๆ จากการที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ส่งผลให้เงินจำนวนเท่าเดิม ซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลง อันทำให้หากคุณยังฝากเงินในธนาคารต่อไป โดยที่อัตราดอกเบี้ยยังเท่าเดิม นั่นก็อาจทำให้เงินในบัญชีของคุณมีมูลค่าน้อยลงได้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนั้น ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เอาชนะภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นได้

ด้วยเหตุนี้ ความคิดที่ว่า การออมเงินในบัญชีธนาคารคือการเก็บออมที่สร้างมูลค่าที่สุด จึงไม่เป็นความจริงต่อไป ดังนั้น คุณจึงควรมองหาวิธีเก็บออมในรูปแบบอื่นที่สร้างมูลค่าและผลตอบแทนที่สูงกว่า โดยปัจจุบัน การลงทุนในหุ้นตลาดหลักทรัพย์ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถสร้างผลตอบแทนสูงที่สุดมากกว่าการเก็บออมในรูปแบบอื่น จากการมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 11.61 % ขณะที่รองลงมาคือ พันธบัตรรัฐบาล 5.15 % และทองคำ 4.50 % ตามลำดับ โดยผลตอบแทนที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดก็คือ เงินฝากประจำ ที่มีเพียง 1.73 % เท่านั้น ฉะนั้น หากอยากเก็บออมโดยสร้างมูลค่าให้กับเงินออมของคุณ ลองเปลี่ยนวิธีการลงทุนผ่านสินทรัพย์อย่าง หุ้นตลาดหลักทรัพย์ พันธบัตรรัฐบาล หรือทองคำ เพื่อให้เงินของคุณสร้างมูลค่าได้อย่างสม่ำเสมอ และเอาชนะภาวะเงินเฟ้อได้ในท้ายที่สุด

10. การลงทุนต้องมีความรู้ถึงจะลงทุนได้

ข้อความที่ย้ำเตือนนักลงทุนตลอดเวลาว่า การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาการลงทุนให้ดีก่อนตัดสินใจ ทำให้คนทั่วไปอาจได้ยินจนเกิดความเชื่อขึ้นมาด้วยตัวเองว่า การเป็นนักลงทุน จำต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะทางอย่างด้านคณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ มาก่อน จึงจะทำการลงทุนได้ เพื่อให้สามารถคาดเดาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ อันจะส่งผลให้การลงทุนประสบความสำเร็จ

ทั้งที่จริงแล้ว ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่สิ่งที่คาดเดาได้ แม้จะมีข้อมูลที่แสดงแนวโน้มของสถานการณ์ตลาดหลักทรัพย์ได้ดีเพียงใด แต่บ่อยครั้งก็มักจะผิดพลาดอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีผู้บริหารกองทุนใดที่สามารถครอบครองรางวัลผู้บริหารกองทุนดีเด่นได้หลายปีติดต่อกัน ฉะนั้น สิ่งเหล่านี้คุณสามารถศึกษาได้ด้วยตัวเอง และควรคิดว่าการลงทุนหุ้นนั้นก็คือ การลงทุนในบริษัทๆหนึ่ง หากคุณมองออกว่า บริษัทนี้มีแนวโน้มที่เจริญเติบโต หรือมีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจนั้นๆ คุณก็สามารถเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวเองแล้วล่ะ

11.มีแต่คนไม้ไกล้ฝั่งหรือคนรวยเท่านั้นที่จะทำพินัยกรรม

ฉากอ่านพินัยกรรมมอบมรดกให้แก่ลูกหลานที่เห็นในละคร หลังเจ้าคุณเจ้านายภายในบ้านได้ตายไป อาจเป็นภาพจำของใครหลายคน จนเกิดความคิดที่ว่า การทำพินัยกรรม มีแต่คนไม้ใกล้ฝั่งหรือคนรวยเท่านั้นถึงจะทำได้ เพราะบางคนบ้างก็ยังคิดว่า ตนเองอายุยังน้อย การจะทำพินัยกรรมทิ้งไว้ให้กับคนในครอบครัวไม่ได้เป็นเรื่องจำเป็นแต่อย่างใด บางคนบ้างก็คิดว่าตนเองฐานะไม่ได้ร่ำรวย ลำพังธรรมดาในชีวิตประจำวัน ก็แทบจะไม่มีเงินไว้ใช้จ่ายได้ทันท่วงทีอยู่แล้ว การจะมีมรดกไว้ให้ลูกหลาย คงจะเป็นสิ่งที่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ทั้งที่จริงแล้ว การทำพินัยกรรมถือเป็นการสร้างความมั่นคงด้านการเงินให้แก่คนในครอบครัวในรูปแบบหนึ่ง  เพราะด้วยการทำพินัยกรรม จะทำให้ทรัพย์สินของคุณถูกจัดสรรส่งต่อแก่บุคคลที่คุณต้องการได้โดยทันที อันจะทำให้คนในครอบครัวไม่ต้องเผชิญกับปัญหาความขัดแย้ง รวมถึงความล่าช้าในการจัดสรรมรดก และมีทรัพย์สินไว้ใช้จ่ายในยามที่ขัดสนได้ โดยหากคนในครอบครัวยังเป็นผู้เยาว์ คุณยังสามารถแต่งตั้งผู้ปกครองให้เป็นตัวแทนผู้เยาว์ได้  อันจะเป็นการปกป้องให้บุคคลนั้นๆ ยังคงได้รับทรัพย์สินตามความต้องการของคุณอีกด้วย

ดังนั้น แม้คุณจะไม่มีทรัพย์สินมากมาย แต่หากต้องการป้องกันให้ทรัพย์สินนั้นยังคงส่งผ่านไปถึงคนในครอบครัวได้อย่างไร้ปัญหา และสามารถทำให้พวกเขามีความมั่นคงด้านการเงินได้ แม้ในยามที่คุณจะมีหรือไม่มีชีวิตก็ตาม การทำพินัยกรรม จึงถือเป็นวิธีการสร้างความมั่นคงทางเงินที่ดีอีกวิธีหนึ่งเลยทีเดียว

อย่าให้ความเข้าใจผิดเหล่านี้ ทำให้คุณไม่วางแผนทางการเงิน ทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้เสียใหม่ เพื่อให้สามารถวางแผนทางการเงินที่เหมาะสม อันจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายทางการเงินของตนเองได้ในอนาคต