แม้ปัจจุบัน การสร้างอิสรภาพทางการเงินคือเป้าหมายทางการเงินของทุกคน แต่คุณสงสัยมั้ยว่าทำไมคนส่วนใหญ่จึงยังไม่มีอิสรภาพทางการเงิน

เพราะถึงหลายคนเข้าใจว่า การสร้างรายได้จากหลายช่องทางอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องทำงานอย่างหนึ่งอย่างใดเพียงอย่างเดียว  คือหัวใจของการสร้างอิสรภาพทางการเงิน แต่เพราะเนื่องจากไม่รู้จักนำเงินไปสร้างทรัพย์สิน หรือนำไปลงทุน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง อันเป็นอีกวิธีการสำคัญที่ทำให้สามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินได้สำเร็จ รวมถึงไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ตนเองมีให้น้อยกว่ารายได้ ทำให้ในสุดท้ายแล้ว คนส่วนใหญ่จึงยังคงไม่อาจมีอิสรภาพทางการเงินอย่างที่ตนเองต้องการได้ในท้ายที่สุด

ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังต้องการสร้างอิสรภาพทางการเงินให้แก่ตนเองอย่างถูกวิธี imoneythailand.com จึงขอเสนอ 5 เหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีอิสรภาพทางการเงิน ที่จะทำให้คุณรู้ว่า ควรแก้ไขและวางแผนการเงินของตนเองอย่างไร เพื่อให้สามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินให้แก่ตนเองได้สำเร็จในอนาคต

1. ทุกคนมีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้อยู่เสมอ

เพราะค่าใช้จ่ายของคนเราในปัจจุบันมีมากมาย ทั้งค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่อนหนี้บัตรเครดิต และค่าอาหารสามมื้อในแต่ละวัน และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ส่วนตัว เช่น ค่าชอปปิ้งออนไลน์ ค่าตั๋วชมภาพยนตร์ ค่าตั๋วคอนเสิรต์ นั่นจึงทำให้ใครหลายคนมีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้อยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ การจะมีเงินเก็บออม เพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงินจึงถือเป็นเรื่องยากสำหรับใครก็ตามที่มีค่าใช้จ่ายต่างๆเหล่านี้ไม่น้อย

นั่นจึงอาจเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม กฏ Parkinson’s Law กฎๆหนึ่งที่มีความสำคัญด้านการเงินและความมั่งคั่งของมนุษย์ ที่ได้คิดค้นขึ้นโดย Cyril Northcote Parkinson นักประวัติศาสตร์และนักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ มีกฏข้อหนึ่งที่ได้อธิบายไว้ว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงมีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้อยู่เสมอ ดังนี้

“ไม่ว่าเราจะมีรายได้มากเท่าไหร่ ในทางใดทางหนึ่ง เราก็จะใช้เงินจำนวนนั้นเกือบทั้งหมดหรือมากกว่า จากการมีไลฟ์สไตล์ที่เกินตัวและความจำเป็นต่างๆ”

โดยถึงแม้กฏดังกล่าวจะฟังดูเป็นกฏสากล จนสามารถกล่าวอ้างได้ว่า เพราะเมื่อมีรายได้เท่าไหร่ ก็ย่อมนำเอามาใช้จ่ายจนหมดได้ ไม่แปลกอะไร แต่ก็ใช่ว่าเราจะต้องทำตามกฏที่ว่านั่น เพราะค่าใช้จ่ายต่างก็มีทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น หากคุณสามารถลด ละ เลิกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และรู้จักเปลี่ยนมันกลับมาให้เป็นเงินออมแทนได้ คุณก็ย่อมจะสามารถเก็บออมเงินให้มากขึ้น จนสามารถมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลงกว่ารายได้ ซึ่งจะทำให้มีเงินออม ในการสร้างอิสรภาพทางการเงินให้แก่ตนเองได้ในอนาคตอีกด้วย

2. ไม่เรียนรู้ปัญหาการขาดทุนจากการลงทุน

การลงทุน คือวิธีการหนึ่งในการสร้างอิสรภาพทางการเงิน เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ โดยที่ไม่ต้องทำงานแม้แต่น้อย เพียงแต่ต้องใช้เงินและเวลา เพื่อให้มูลค่าของเงินที่ลงทุนไปนั้นเพิ่มขึ้น อันจะก่อเกิดเป็นรายได้ให้แก่คุณในท้ายที่สุด

แต่เนื่องจากการลงทุนมีทั้งที่สามารถสร้างกำไรและขาดทุนได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้น เพื่อให้สามารถสร้างผลกำไรให้ได้มากกว่าการขาดทุน จึงควรทำการศึกษาเกี่ยวกับรายละเอียดของสิ่งที่คุณทำการลงทุนไปให้ดีก่อนทำการตัดสินใจ เพื่อที่ให้ในยามที่สร้างกำไร ก็สามารถสร้างผลกำไรได้งดงาม ในขณะที่หากเกิดการขาดทุนก็จะได้สามารถตัดไฟได้ตั้งแต่ต้นลม จนทำให้สามารถขาดทุนได้น้อยที่สุด

แต่เนื่องจากคนส่วนใหญ่ มุ่งหวังแต่สร้างผลกำไร นั่นจึงทำให้ในยามที่เกิดการขาดทุน นอกจากจะทำการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อให้ขาดทุนน้อยที่สุดแล้ว ก็เลือกที่จะไม่เรียนรู้ปัญหาการขาดทุนที่เกิดขึ้น กลับมุ่งที่จะเริ่มต้นลงทุนใหม่ในทันที จนสุดท้าย อาจเกิดภาวะขาดทุนซ้ำๆ กลายเป็นวังวนที่ไม่สามารถหลุดออกมาได้ จนกว่าจะรู้ตัวอีกที ก็อาจสูญเงินจำนวนมากได้ ดังนั้น เพื่อให้การลงทุนสามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินให้แก่คุณ ในยามที่คุณขาดทุนก็อย่าลืมที่จะพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและเรียนรู้ถึงข้อผิดพลาด ให้มันเป็นบทเรียนเตือนใจ เพื่อให้การลงทุนในครั้งต่อไปจะได้ไม่ทำพลาด และสร้างผลกำไรได้ดังที่คุณคาดหวังได้ในท้ายที่สุด

3. ไม่ติดตามดูแลอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการลงทุน

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นการลงทุนที่ต้องใช้ทั้งเงินและเวลาจำนวนมาก เพราะเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าไม่ใช่น้อย และยังมีปัจจัยในเรื่องของทำเล สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบขนส่งสาธารณะ ที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงความนิยมได้ในตลอดเวลา ทำให้นักลงทุนที่ทำการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้จำเป็นที่จะดูแลรักษาสภาพของอสังหาฯ อีกทั้งต้องคอยติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ตนเองถือครองอยู่ ทั้งในเรื่องของราคา สภาพอสังหาริมทรัพย์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้อสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นที่ต้องการและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเองได้อยู่เสมอ

แต่เนื่องจากนักลงทุนจำนวนไม่น้อย ไม่มีเวลาดูแลบำรุงรักษาอสังหาริมทรัพย์ของตนเอง ให้มีสภาพที่ดีได้อยู่เสมอ อีกทั้งไม่ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวด้านอสังหาริมทรัพย์ อันอาจมีผลกระทบต่อราคาขาย ราคาเช่าของอสังหาริมทรัพย์ที่มี นั่นจึงอาจทำให้เสียโอกาสในการสร้างผลกำไรจากการลงทุน รวมถึงยังอาจขาดทุนเป็นเงินจำนวนมากได้อีกด้วย

ดังนั้น เพื่อให้การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ สามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินให้แก่คุณได้ นอกจากมีความรู้ความเข้าใจในการเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่จะทำการลงทุนแล้ว ก็ควรที่จะติดตามดูแลอสังหาริมทรัพย์ที่ตนเองทำการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อสังหาริมทรัพย์ของคุณสามารถสร้างผลกำไรได้ดังที่คุณต้องการ

4. ไม่ทำการลงทุนเลย

การลงทุน ถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ง่ายที่สุดของคนทั่วไปในการสร้างอิสรภาพทางการเงิน เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ โดยที่ไม่ต้องทำงานแม้แต่น้อย เพียงแต่ใช้เงินและเวลา ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้อย่างเสมอเช่น หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ เพียงเท่านี้ มูลค่าของเงินที่ลงทุนไปนั้นก็อาจค่อยๆเพิ่มขึ้น จนสามารถสร้างรายได้ในท้ายที่สุด โดยหากลงทุนจนสามารถสร้างผลกำไร ได้จำนวนมาก อาจส่งผลให้สามารถมีอิสรภาพทางการเงินได้ จนอาจเกษียณจากการทำงานได้ก่อนกำหนด

โดยถึงแม้ข้อดีของการลงทุนจะมีมาก แต่เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังคงคุ้นชินกับการเก็บออมเงิน และไม่ต้องการรับความเสี่ยงที่จะเกิดจากการลงทุน จากการที่มูลค่าขึ้นหรือลงตลอดเวลา ทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ และเลือกที่เก็บออมเงินในธนาคาร เพื่อรับดอกเบี้ยเงินฝากดังเดิม

นั่นจึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถมีอิสรภาพทางการเงินได้ เนื่องจากอัตราภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ค่าเงินมีมูลค่าลดลงอยู่เสมอ ดังนั้น หากเก็บออมในธนาคารโดยที่มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น แม้เงินฝากที่คุณมีอยู่นั้นจะมีจำนวนมาก แต่ก็จะมีมูลค่าไม่มากนนักเมื่อเทียบกับแต่ก่อน ด้วยเหตุนี้ จึงควรที่จะทำการลงทุนในสินทรัพย์มากกว่าการเก็บออมในธนาคาร เพราะการลงทุนในสินทรัพย์สามารถให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อได้ ซึ่งจะทำให้เงินคุณมีมูลค่ามากอยู่เสมอ ฉะนั้น หากต้องการมีอิสรภาพทางการเงิน อย่าลืมที่จะทำการลงทุน เพื่ออนาคตทางการเงินที่ดีของคุณกันนะครับ

5. ทำประกันโดยไม่จำเป็น

การทำประกัน เป็นคำตอบสำหรับคนที่อยากสร้างหลักประกันและความมั่นคงด้านการเงินให้แก่คนในครอบครัว เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บหรืออุบัติเหตุ ผลประโยชน์จากการทำประกัน จะช่วยคุ้มครองให้คนในครอบครัว ยังคงมีเงินหมุนเวียนในการรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายที่ยังมีอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าศึกษาเล่าเรียนของลูก โดยประโยชน์ของการทำประกัน ยังช่วยสร้างผลตอบแทนให้มากกว่าการออมเงินในธนาคาร อันเปรียบเสมือนการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งยังช่วยสร้างวินัยในการออม ตลอดจนสามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าการทำประกันจะมีประโยชน์มากมาย แต่จากการสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่มีการทำประกันโดยไม่จำเป็นในจำนวนไม่น้อย อันเกิดจากสาเหตุต่างๆเช่น เกิดจากการถูกชักชวนให้ซื้ออย่างเสียไม่ได้ จากการแนะนำให้ซื้อจากญาติหรือเพื่อนที่เป็นตัวแทนขายประกัน ทำประกันโดยไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตนเองต้องการเท่าที่ควร คือ ซื้อประกันเพื่อเก็บออม เพื่อเป็นกองทุนไว้ใช้ในยามเกษียณ ซึ่งไม่ได้เป็นผลประโยชน์หลักที่จะได้จากการทำประกัน

ด้วยเหตุนี้ หากต้องการทำประกัน เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่คนในครอบครัวอย่างแท้จริง คุณจึงควรเลือกชนิดของการทำประกันตามไลฟ์สไตล์หรือให้เหมาะสมกับช่วงชีวิตของคุณ เพื่อให้ประกันสามารถคุ้มครองและสร้างผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เช่น หากคุณต้องเดินทางออกต่างจังหวัดบ่อย อาจเลือกประกันอุบัติเหตุ หากคุณกำลังเข้าสู่วัยกลางคนถึงวัยเกษียณ อาจเลือกประกันสุขภาพ ประกันชีวิต เป็นต้น

แม้เหตุผลต่างๆเหล่านี้คือปัจจัยที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีอิสรภาพทางการเงิน แต่หากคุณต้องการมีอิสรภาพทางการเงิน เชื่อว่าไม่ว่าอุปสรรคใดๆก็ตาม ไม่สามารถขวางคุณได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น จงเริ่มต้นสร้างอิสรภาพทางการเงินให้กับตนเองตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีในวันหน้าของคุณและคนที่คุณรัก